ปวดหลังแม้เคยผ่าตัดใส่เหล็กแล้ว ทำไมยังปวดเอวและร้าวลงขา? กรณีศึกษาชายอายุ 60 ปี
ปวดหลังแม้เคยผ่าตัดใส่เหล็กแล้ว ทำไมยังปวดเอวและร้าวลงขา? กรณีศึกษาชายอายุ 60 ปี
หลายคนคิดว่า “ผ่าตัดหลังและใส่เหล็กแล้ว อาการต้องหายแน่นอน” แต่ในความจริง ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยยังมีอาการปวดเอว ปวดร้าวลงขา หรือปวดเรื้อรังหลังผ่าตัดอยู่ ทั้งที่ภาพฟิล์มหลังผ่าตัดดูดี เหล็กไม่หลวม และแผลหายดีแล้ว
อาการแบบนี้เรียกว่า ปวดหลังเรื้อรังหลังผ่าตัด (Failed Back Surgery Syndrome – FBSS) ซึ่งมีสาเหตุได้หลายอย่าง ไม่ได้หมายความว่าการผ่าตัดล้มเหลวเสมอไป แต่เป็นภาวะที่ต้องประเมินให้ครบจึงรักษาได้ถูกทาง
เคสตัวอย่าง: ชายอายุ 60 ปี
คุณสมชาย อายุ 60 ปี เคยมีอาการปวดหลังร้าวลงขามานานหลายปี ตรวจพบหมอนรองกระดูกหลังปลิ้นกดเส้นประสาท จึงเข้ารับการผ่าตัดและใส่เหล็กยึดกระดูกสันหลัง
หลังผ่าตัด 3–4 เดือนแรกอาการดีขึ้นมาก แต่ผ่านไป 1 ปี เริ่มกลับมาปวดเอวอีก โดยเฉพาะเวลายืนหรือเดินนาน ๆ และยังมีอาการปวดร้าวลงขาซ้ายเป็นระยะ ๆ
พอเข้าตรวจพบว่า
- เหล็กไม่หลวม
- กระดูกติดดี
- แต่ ข้อกระดูกปล้องถัดไปเริ่มเสื่อมและอักเสบ
- กล้ามเนื้อหลังอ่อนแรงเพราะไม่ได้ฟื้นฟูหลังผ่าตัด
ทำให้เกิดอาการปวดเรื้อรังแม้ผ่านการผ่าตัดมาแล้ว
ทำไมผ่าตัดแล้วถึงยังปวดหลังได้?
1) ปล้องข้างเคียงเสื่อม (Adjacent Segment Disease)
หลังใส่เหล็ก ข้อที่ถูกยึดจะขยับน้อยลง ทำให้ปล้องเหนือและปล้องใต้ต้องรับแรงมากขึ้น จนเกิดการเสื่อม อักเสบ หรือปลิ้นกดเส้นได้อีก
เหมือนปิดถนนไว้ 1 ช่อง การจราจรไปหนักที่ช่องข้าง ๆ แทน
2) รอยพังผืดเกาะรอบเส้นประสาท (Scar tissue)
พังผืดอาจดึงรั้งเส้นประสาท ทำให้ปวดร้าวลงขาเวลายืนหรือเดินนาน
3) กล้ามเนื้อแกนกลางอ่อนแรงหลังผ่าตัด
ผู้ป่วยมักกลัวเจ็บ ไม่กล้าออกกำลังกาย ทำให้กล้ามเนื้อหลัง-หน้าท้องอ่อนแรง ส่งผลให้หลังรับน้ำหนักไม่ไหวและปวดเรื้อรัง
4) ข้อต่อเล็ก ๆ หลัง (Facet joint) อักเสบ
ข้อเล็ก ๆ ด้านหลังเป็นต้นเหตุปวดได้ โดยเฉพาะหลังผ่าตัดเพราะแนวการรับน้ำหนักเปลี่ยนไป
5) หมอนรองกระดูกปลิ้นใหม่ในปล้องอื่น
แม้ปล้องที่ผ่าตัดจะดีแล้ว แต่ปล้องอื่นยังมีโอกาสปลิ้นได้อีก โดยเฉพาะคนอายุ 60 ปีขึ้นไป
6) เส้นประสาทเคยถูกกดรุนแรงจนฟื้นตัวช้า
แม้คลายกดแล้ว แต่เส้นประสาทอาจยังระคายเคือง ทำให้มีอาการปวดร้าวลงขาอยู่เป็น ๆ หาย ๆ
อาการที่พบได้บ่อยหลังผ่าตัด
- ปวดเอวลึก ๆ เมื่อนั่งนานหรือยืนนาน
- ปวดร้าวลงขาเหมือนก่อนผ่าตัด แต่เบาลง
- ขาล้า เดินไกลไม่ได้
- เจ็บแปลบเวลาบิดตัว
- ตื่นมามีอาการตึงหลัง
แม้ไม่ใช่ทุกอาการจะอันตราย แต่การประเมินให้ถูกต้องสำคัญมาก
สัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพบแพทย์
- ขาอ่อนแรงมากขึ้น เดินไม่ได้
- ชาเป็นปื้นกว้างหรือสองข้าง
- กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้
- ปวดหลังรุนแรงเฉียบพลันหลังยกของหรือเกิดอุบัติเหตุ
อาจเป็นกระดูกปล้องใหม่ปลิ้นกดเส้นหรือมีภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด
การตรวจวินิจฉัยที่จำเป็น
1) ตรวจร่างกายโดยแพทย์
ดูความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เส้นประสาท และความยืดหยุ่นของหลัง
2) เอกซเรย์หลัง
ดูตำแหน่งเหล็ก ความมั่นคงของกระดูก และความเสื่อมของปล้องอื่น
3) เอ็มอาร์ไอหลัง (MRI)
ดูพังผืด เส้นประสาท และหมอนรองกระดูกปล้องใหม่ที่อาจปลิ้น
การตรวจครบช่วยวางแผนรักษาได้ตรงเหตุ ไม่ลองผิดลองถูก
การรักษาแบบไม่ผ่าตัด (ส่วนใหญ่ดีขึ้นได้)
1) ปรับพฤติกรรม
- เลี่ยงก้มยกของหนัก
- ลุกเปลี่ยนท่าทุก 30–40 นาที
- เดินสม่ำเสมอวันละนิดเพื่อให้กล้ามเนื้อทำงาน
2) ยา
- ยาลดอักเสบ
- ยาคลายกล้ามเนื้อ
- ยาปรับการทำงานของเส้นประสาทในกรณีปวดร้าว
3) กายภาพบำบัดแบบเฉพาะจุด
- เสริมกล้ามเนื้อแกนกลาง
- ฝึกทรงตัว
- เพิ่มความยืดหยุ่นของหลัง
- ใช้เครื่องมือเพื่อลดการอักเสบ
4) ฉีดยาลดอักเสบรอบเส้นประสาทหรือรอบข้อหลัง ด้วยอัลตราซาวด์
ช่วยระบุตำแหน่งชัดเจน ลดอักเสบตรงจุด เหมาะกับผู้ที่ปวดเอวร้าวลงขา หรือปวดจาก facet joint
5) ติดตามอาการสม่ำเสมอ
ตรวจว่ามีปล้องอื่นเสี่ยงเสื่อมหรือปลิ้นเพิ่มหรือไม่
เมื่อไหร่ต้องพิจารณาผ่าตัดอีกครั้ง?
- เหล็กหลวม (พบน้อยมาก)
- กระดูกปลิ้นใหม่กดเส้นอย่างชัดเจน
- ขาอ่อนแรงเพิ่มขึ้น
- ความเจ็บปวดรุนแรงแม้รักษาต่อเนื่อง 2–3 เดือน
แพทย์จะประเมินอย่างละเอียด เน้นความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยเป็นหลัก
พยากรณ์โรค
ผู้ป่วยส่วนใหญ่ดีขึ้นมากด้วยการรักษาแบบไม่ผ่าตัด โดยเฉพาะถ้ากลับมาฟื้นฟูกล้ามเนื้อหลังและแกนกลางอย่างถูกวิธี อาการร้าวลงขามักลดลงภายใน 4–8 สัปดาห์ และกลับมาใช้ชีวิตได้ดีขึ้น
การดูแลตัวเองและติดตามผลสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
เคล็ดลับดูแลหลังที่ทำได้จริง
- เดินวันละ 20–30 นาที
- ฝึก Core muscle อาทิตย์ละ 3–4 วัน
- หลีกเลี่ยงการบิดตัวเร็ว ๆ
- ใช้หมอนรองหลังขณะนั่ง
- ควบคุมน้ำหนักเพื่อลดแรงกดที่หลัง
สรุป
แม้บางคนจะยังมีอาการปวดหลังหรือปวดร้าวลงขาหลังผ่าตัดใส่เหล็ก แต่ส่วนใหญ่สามารถรักษาให้ดีขึ้นได้ หากประเมินหาสาเหตุให้ชัดเจน ทั้งเรื่องข้อปล้องข้างเคียงเสื่อม กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือรากประสาทอักเสบ การรักษาแบบไม่ผ่าตัด เช่น ยา กายภาพ และการฉีดยาแบบนำทางด้วยอัลตราซาวด์ ช่วยให้หลายคนกลับมาเดิน นั่ง และใช้ชีวิตได้ตามปกติอีกครั้ง
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดหลัง #หลังผ่าตัดยังปวด #หมอนรองกระดูกทับเส้น #ใส่เหล็กกระดูกสันหลัง #ปวดร้าวลงขา
Comments
Post a Comment