ผ่าตัดกระดูกทับเส้นไปแล้ว ทำไมตอนนี้กลับมาตึงไปหมดเลยคะ?"


หมอคะ แม่ผ่าตัดกระดูกทับเส้นไปแล้ว ทำไมตอนนี้กลับมาตึงไปหมดเลยคะ?"

คำถามนี้เป็นสิ่งที่ผมได้ยินบ่อยมากในห้องตรวจ และเชื่อว่าเป็นความกังวลใจของหลายๆ ครอบครัวที่มีผู้สูงอายุผ่านการผ่าตัดกระดูกสันหลังมาครับ

เมื่อเร็วๆ นี้ มีลูกสาวพาคุณแม่อายุ 77 ปี เข้ามาปรึกษาด้วยความกังวลใจ เล่าให้ฟังว่า "คุณแม่เคยผ่าตัดใหญ่ ทั้งที่เอวจากโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท และที่คอจากกระดูกคอเสื่อม ทำที่โรงพยาบาลเอกชนเมื่อปีกว่าๆ ที่ผ่านมา"

"ช่วงแรกหลังผ่าตัด ผลการรักษาดีมากค่ะ คุณแม่บอกว่าเหมือนได้ชีวิตใหม่ อาการปวดร้าวลงขา อาการชา หรืออ่อนแรงที่เคยเป็น หายไปจนเกือบปกติ ท่านกลับมาเดินเหินได้คล่องแคล่วขึ้น ลูกหลานก็ดีใจกันมาก"

ลูกสาวเล่าต่อด้วยน้ำเสียงที่เริ่มกังวล "แต่พอผ่านมาได้สักระยะ จนถึงตอนนี้ปีกว่าแล้วค่ะ อยู่ๆ คุณแม่ก็เริ่มบ่นว่ามีอาการตึง ตึงไปหมดทั้งที่คอ ทั้งที่หลัง ตึงจนบางทีไม่อยากขยับตัว ลูกหลานก็เริ่มเครียดว่า โรคมันกลับมาเป็นซ้ำหรือเปล่า หรือการผ่าตัดมีปัญหาอะไรไหม ทำไมดีขึ้นแล้วถึงกลับมาเป็นแบบนี้อีก"

การเห็นคนที่เรารักต้องกลับมาทนทุกข์กับอาการทางร่างกายอีกครั้ง หลังจากที่คิดว่ารักษาจบไปแล้ว เป็นเรื่องที่บั่นทอนจิตใจมาก

วันนี้ผมอยากจะมาไขข้อข้องใจ และอธิบายความจริงเกี่ยวกับ "อาการตึงหลังผ่าตัดกระดูกสันหลังในผู้สูงอายุ" ให้ฟังแบบเข้าใจง่ายๆ เพื่อให้ทุกท่านคลายกังวล และรู้แนวทางที่จะดูแลท่านต่อไปครับ

ความจริงแล้ว อาการที่คุณแม่วัย 77 ปีท่านนี้กำลังเผชิญอยู่ "ไม่ใช่เรื่องแปลก" และ "พบได้บ่อยมาก" ในผู้ป่วยสูงอายุที่ผ่านการผ่าตัดกระดูกสันหลังมาครับ

สิ่งแรกที่ต้องทำความเข้าใจคือ การผ่าตัดกระดูกสันหลัง ไม่ว่าจะเป็นที่คอหรือที่เอว เป้าหมายหลักคือการ "ไปแก้ปัญหาที่โครงสร้าง" ครับ

เช่น หากมีกระดูกงอก หรือหมอนรองกระดูกยื่นออกไปกดทับเส้นประสาท จนทำให้เกิดอาการปวดร้าว ชา หรืออ่อนแรง การผ่าตัดคือการเข้าไปนำส่วนที่กดทับนั้นออก เพื่อเปิดทางให้เส้นประสาทได้หายใจ ได้ฟื้นตัว

ซึ่งในเคสของคุณแม่ ผลการผ่าตัดถือว่าประสบความสำเร็จดีมากครับ เพราะอาการทางเส้นประสาทเหล่านั้นได้หายไปในช่วงแรก

แต่เราต้องไม่ลืมความจริงที่ว่า ร่างกายของผู้สูงอายุวัย 77 ปี เปรียบเสมือนบ้านไม้เก่าที่ใช้งานมานานหลายสิบปีครับ การผ่าตัดเปรียบเหมือนการซ่อมแซมเสาบ้านที่ผุพัง หรือการเปลี่ยนท่อประปาที่อุดตันให้กลับมาใช้งานได้

การซ่อมแซมโครงสร้างหลักเสร็จสิ้นแล้ว ไม่ได้หมายความว่าส่วนประกอบอื่นๆ ของบ้านจะกลับมาใหม่เอี่ยมเหมือนบ้านที่เพิ่งสร้างเสร็จนะครับ

ไม้กระดานส่วนอื่นๆ อาจจะยังมีความฝืด ประตูหน้าต่างอาจจะยังมีความตึงจากการใช้งานมานาน นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับร่างกายของเราเช่นกันครับ

อาการ "ตึง" ที่เกิดขึ้นในระยะปีกว่าหลังผ่าตัด ส่วนใหญ่แล้ว "ไม่ได้เกิดจากโรคเดิมกลับมาเป็นซ้ำ" ครับ แต่มักเกิดจากสาเหตุหลักๆ ดังต่อไปนี้

อย่างแรกคือ "พังผืดจากการสมานแผล" ครับ ทุกครั้งที่มีการผ่าตัด ร่างกายจะมีกระบวนการซ่อมแซมตัวเองตามธรรมชาติ ซึ่งจะสร้างเนื้อเยื่อที่เราเรียกว่า "พังผืด" ขึ้นมาบริเวณแผลผ่าตัดทั้งภายนอกและภายใน

ในบางคน ร่างกายสร้างพังผืดเหล่านี้ขึ้นมาค่อนข้างมากและหนาตัว ซึ่งพังผืดเหล่านี้อาจจะไปยึดติดกับกล้ามเนื้อ หรือเนื้อเยื่อรอบๆ กระดูกสันหลัง ทำให้การเคลื่อนไหวไม่คล่องตัวเหมือนเดิม เกิดความรู้สึกตึงรั้งเวลาขยับ

สาเหตุต่อมาที่พบบ่อยที่สุด คือ "กล้ามเนื้อรอบกระดูกสันหลังไม่แข็งแรงและขาดความยืดหยุ่น" ครับ

ต้องยอมรับว่า หลังการผ่าตัดใหญ่ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ช่วงแรกมักจะมีการจำกัดการเคลื่อนไหว หรือตัวคนไข้เองมีความกลัว ไม่กล้าขยับตัวมากเพราะกลัวเจ็บแผล

เมื่อกล้ามเนื้อไม่ได้ถูกใช้งานอย่างเต็มที่นานๆ ก็จะเกิดการฝ่อลีบ เล็กลง และอ่อนแรง เมื่อกลับมาใช้งานในชีวิตประจำวัน กล้ามเนื้อที่ไม่แข็งแรงเหล่านี้จึงต้องทำงานหนักเกินกำลัง จนเกิดการเกร็งตัวสะสม กลายเป็นความตึงปวดเรื้อรัง ทั้งที่คอและที่หลัง

และอีกสาเหตุสำคัญคือ "ความเสื่อมตามธรรมชาติที่ยังมีอยู่" ครับ การผ่าตัดแก้ไขจุดที่มีปัญหามากที่สุดไปแล้ว แต่ข้อต่อกระดูกสันหลังระดับอื่นๆ ที่อยู่ข้างเคียง ที่ไม่ได้ถูกผ่าตัด ก็ยังคงมีความเสื่อมตามอายุอยู่

เมื่อจุดที่เคยมีปัญหาถูกล็อกให้มั่นคงขึ้นจากการผ่าตัด บางครั้งภาระในการเคลื่อนไหวจะถูกถ่ายเทไปยังข้อต่อข้างเคียงมากขึ้น ทำให้ข้อต่อเหล่านั้นทำงานหนักขึ้น และแสดงอาการตึงหรือปวดเมื่อยออกมาได้

เมื่อมาพบแพทย์ สิ่งที่หมอจะทำคือการตรวจร่างกายอย่างละเอียดครับ เพื่อแยกแยะว่าอาการตึงนี้ เป็นเพียงปัญหาของกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อ หรือมีปัญหาที่ระบบประสาทร่วมด้วย

หมอจะดูการเคลื่อนไหวของคอและหลัง ดูจุดกดเจ็บ ตรวจกำลังกล้ามเนื้อแขนขา และตรวจการตอบสนองของเส้นประสาท

หากผลการตรวจร่างกายพบว่า ระบบประสาททำงานปกติดี ไม่มีอาการอ่อนแรงหรือชาเพิ่มเติม การส่งตรวจทางรังสีเพิ่มเติม เช่น เอกซเรย์ หรือ MRI อาจจะยังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนในทันทีครับ เว้นแต่หมอจะสงสัยภาวะบางอย่างที่จำเพาะเจาะจง

แนวทางการรักษาสำหรับอาการตึงหลังผ่าตัดในระยะนี้ หัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่การใช้ยา หรือการพิจารณาผ่าตัดซ้ำครับ แต่อยู่ที่ "การปรับพฤติกรรม และ การทำกายภาพบำบัด"

การใช้ยาแก้ปวด หรือยาคลายกล้ามเนื้อ อาจช่วยบรรเทาอาการได้ในระยะสั้นๆ ช่วงที่ตึงมากๆ แต่ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ และในผู้สูงอายุ การใช้ยามากเกินไปอาจส่งผลข้างเคียงต่อตับและไตได้

สิ่งที่คุณแม่ต้องทำ คือการกลับมา "สร้างความแข็งแรงและความยืดหยุ่น" ให้กับกล้ามเนื้อรอบๆ คอและหลังครับ

นี่คือ "การบ้านตลอดชีวิต" ที่ผู้ที่ผ่านการผ่าตัดกระดูกสันหลังทุกคนต้องทำครับ ไม่ใช่ทำแค่ช่วงแรกหลังผ่าตัดแล้วหยุดไป

สำหรับผู้สูงอายุ การออกกำลังกายอาจจะไม่ใช่การไปยกเวทหนักๆ แต่เป็นการบริหารร่างกายเบาๆ อย่างสม่ำเสมอทุกวัน เน้นท่าที่ช่วยยืดเหยียดกล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่ และกล้ามเนื้อหลัง เพื่อลดความตึงเกร็ง

ควบคู่ไปกับการฝึกเกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้องและกล้ามเนื้อหลังมัดลึก เพื่อให้ทำหน้าที่เป็นเหมือน "เข็มขัดธรรมชาติ" ช่วยพยุงกระดูกสันหลัง ลดภาระการทำงานของข้อต่อ

การปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันก็สำคัญมากครับ หลีกเลี่ยงการนั่งหรือยืนท่าเดิมนานๆ ควรเปลี่ยนอิริยาบถทุกๆ 1-2 ชั่วโมง สำหรับการก้มเงย หรือการยกของ ต้องทำอย่างถูกวิธี

สำหรับลูกหลานที่ดูแล สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ "กำลังใจ" และ "ความเข้าใจ" ครับ อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าการผ่าตัดล้มเหลว หรือกังวลจนเกินไป

การที่คุณแม่บ่นว่าตึง เป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายว่า กล้ามเนื้อส่วนนั้นต้องการการดูแล ต้องการการยืดเหยียด และต้องการความแข็งแรงที่มากขึ้น

สรุปคือ อาการตึงคอ ตึงหลัง ในผู้สูงอายุที่ผ่าตัดไปแล้วปีกว่า ส่วนใหญ่เป็นปัญหาจากกล้ามเนื้อ พังผืด และความเสื่อมตามวัย ไม่ใช่โรคเดิมที่กลับมาเป็นซ้ำแบบรุนแรง

ภาวะนี้สามารถจัดการให้ดีขึ้นได้ครับ อาจจะไม่หายขาดจนกลับไปเหมือนคนหนุ่มสาว 100% แต่สามารถทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นได้มาก ด้วยการทำกายภาพบำบัดอย่างถูกวิธีและสม่ำเสมอ การปรับพฤติกรรม และการดูแลจิตใจให้แจ่มใส

การผ่าตัดช่วยแก้ไขโครงสร้างไปแล้ว หน้าที่ต่อไปคือการที่เราต้องช่วยกันดูแล "บ้านหลังเก่า" หลังนี้ ให้อยู่กับเราไปได้นานที่สุด อย่างมีความสุขที่สุดครับ

หากคุณแม่หรือผู้สูงอายุในบ้านมีอาการทำนองนี้ อย่าเก็บความกังวลไว้ครับ การเข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจประเมิน และรับคำแนะนำในการทำกายภาพบำบัดที่เหมาะสม จะช่วยให้ท่านกลับมามีรอยยิ้ม และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขอีกครั้งครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ จังหวัดเชียงใหม่ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดหลังหลังผ่าตัด #กระดูกคอเสื่อม #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ผู้สูงอายุ #กายภาพบำบัด #ดูแลผู้สูงอายุ #กระดูกทับเส้น #ผ่าตัดกระดูกสันหลัง #สุขภาพผู้สูงวัย #คลินิกกระดูกและข้อเชียงใหม่


References

  1. Issack PS, Cunningham ME, Pumberger M, HughesAP, Cammisa FP Jr. Degenerative lumbar spinal stenosis: evaluation and management. J Am Acad Orthop Surg. 2012;20(8):527-35.
  2. Daniell JR, Osti OL. Failed Back Surgery Syndrome: A Review Article. Asian Spine J. 2018;12(2):372-379.
  3. Adogwa O, Carr K, Thompson P, et al. A prospective study of the impact of spino-pelvic balance on clinical outcomes and quality of life in patients undergoing degenerative lumbar spine surgery. World Neurosurg. 2019;126:e956-e962.
  4. Bussières AE, Guedart P, Daffner SD, et al. Rehabilitation after lumbar disc surgery: an update on the evidence. Current Reviews in Musculoskeletal Medicine. 2022;15(3):157-171.
  5. Deyo RA, Mirza SK, Martin BI, et al. Trends, major medical complications, and charges associated with surgery for lumbar spinal stenosis in older adults. JAMA. 2010;303(13):1259-65.

Comments

Popular posts from this blog

ปวดหลังแม้เคยผ่าตัดใส่เหล็กแล้ว ทำไมยังปวดเอวและร้าวลงขา? กรณีศึกษาชายอายุ 60 ปี

ผ่าตัดหมอนรองกระดูกออกไปแล้ว "ของเดิมจะงอกใหม่ไหม?" และ "หลังจะกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมหรือเปล่า?" คำตอบจากห้องผ่าตัดที่คนวัย 50+ ต้องรู้

ผ่าตัดหลัง 3 รอบ ใส่เหล็ก 6 ตัว... ทำไมยังเจ็บเหมือนเดิม? (เมื่อ "กระดูกติดดี" แต่ "ชีวิตไม่ดีขึ้น")