ทำไมผ่าหลังมา 3 ครั้งแล้วยังปวด? เมื่อ "พังผืด" และ "เส้นประสาท" กลายเป็นโจทย์ที่แก้ไม่จบ
ทำไมผ่าหลังมา 3 ครั้งแล้วยังปวด? เมื่อ "พังผืด" และ "เส้นประสาท" กลายเป็นโจทย์ที่แก้ไม่จบ
“คุณหมอคะ ทำไมผ่ามาตั้ง 3 รอบแล้ว อาการปวดสะโพก ร้าวลงหน้าขา แถมยังชาหนาๆ เหมือนขาเป็นไม้กระดานมันถึงไม่หายไปสักที? ล่าสุดเข่าเริ่มอ่อนแรงจนจะพับแล้วค่ะ หมอบอกกระดูกติดดี แต่หนูทรมานเหลือเกิน”
นี่คือเสียงสะท้อนจากคนไข้จริง (สมมติชื่อว่าคุณน้าสมศรี) ที่เดินเข้ามาหาหมอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยและความล้าจากการรักษาที่ดูเหมือนจะไม่มีวันสิ้นสุด เรื่องของคุณน้าสมศรีไม่ใช่เรื่องแปลกครับ และมีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่กำลังตกอยู่ในสภาวะที่เรียกว่า “กลุ่มอาการปวดหลังหลังผ่าตัด” ซึ่งวันนี้หมอจะมาเล่าให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายเรากันแน่
ทำความเข้าใจ: เมื่อการผ่าตัดสำเร็จ แต่ความปวดไม่ยอมจบ
หลายคนเข้าใจว่า เมื่อหมอผ่าตัดเอาหมอนรองกระดูกที่ทับเส้นออก หรือใส่น็อตยึดจนกระดูกติดดีแล้ว อาการปวดต้องหายไป 100% แต่ในความเป็นจริง ร่างกายคนเราไม่ใช่เครื่องจักรครับ
เมื่อมีการผ่าตัดซ้ำๆ ในบริเวณเดิม สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยคือ “พังผืด” ลองนึกภาพเวลาเรามีแผลเป็นที่ผิวหนัง แผลข้างในก็มีแผลเป็นเช่นกันครับ พังผืดเหล่านี้จะเข้าไปพันรอบเส้นประสาท เหมือนกับสายไฟที่ถูกกาวเหนียวๆ ราดทับไว้ ทำให้เส้นประสาทขยับตัวไม่ได้ และส่งสัญญาณความเจ็บปวดออกมาตลอดเวลา
นอกจากนี้ การที่เส้นประสาทถูกกดทับมานานก่อนผ่าตัด หรือได้รับความบอบช้ำระหว่างการผ่าตัดซ้ำๆ อาจทำให้เกิด "การอักเสบเรื้อรัง" ของตัวเส้นประสาทเอง เปรียบเหมือนสายไฟที่ฉนวนถลอกไปแล้ว แม้จะเอาตัวที่มากดทับออก แต่ไฟก็ยังรั่วและช็อตอยู่ดีครับ
อาการแบบไหนที่บอกว่า "เส้นประสาท" กำลังประท้วง?
หากคุณมีอาการเหล่านี้หลังจากผ่าตัดมาแล้ว แสดงว่าระบบประสาทส่วนปลายกำลังมีปัญหา:
- ปวดแสบปวดร้อน: เหมือนโดนพริกทา หรือปวดร้าวเหมือนไฟฟ้าช็อตลงไปที่หน้าขาหรือหน้าแข้ง
- ชาหนาๆ: รู้สึกเหมือนใส่ถุงเท้าหนาๆ ตลอดเวลา หรือสัมผัสแล้วรู้สึกไม่เท่ากันสองข้าง
- กล้ามเนื้อเกร็งตัว: ขาดูแข็งๆ บังคับยาก หรือบางครั้งมีอาการ "ดีด" หรือกระตุกเอง
- เข่าอ่อนแรง: อยู่ดีๆ ขาก็พับไปเอง ควบคุมไม่ได้ ซึ่งอาจเกิดจากเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหน้าขา (L4) ทำงานไม่เต็มที่
ทำไม MRI หรือ CT Scan ถึงบอกว่า "ปกติ"?
นี่คือจุดที่ทำให้คนไข้ปวดใจที่สุดครับ หมอบอกว่า "ภาพสวยมาก กระดูกติดดี น็อตอยู่ในตำแหน่งตรงเป๊ะ" แต่ทำไมเรายังเจ็บ?
นั่นเป็นเพราะ MRI หรือ CT Scan ดูได้เฉพาะ "โครงสร้าง" ครับ เหมือนเราดูรูปถ่ายบ้านว่าเสาตรงไหม หลังคารั่วไหม แต่ภาพเหล่านี้บอกไม่ได้ว่า "ระบบไฟในบ้าน (เส้นประสาท)" มันทำงานปกติหรือเปล่า เส้นประสาทอาจจะดูวางตัวดีในภาพ แต่มันอาจจะ "อักเสบ" หรือ "ไวต่อความรู้สึก" เกินไป ซึ่งเครื่องสแกนมองไม่เห็นครับ
แนวทางการรักษา: เมื่อยาฉีดและการผ่าตัดอาจไม่ใช่คำตอบเดียว
สำหรับเคสที่ผ่านการผ่าตัดมาหลายครั้ง และยังปวดอยู่ หมอแนะนำว่าเราต้องเปลี่ยนเป้าหมายจากการ "ผ่าให้หายขาด" มาเป็นการ "บริหารจัดการความปวด" เพื่อให้กลับมาใช้ชีวิตได้ปกติครับ
- การปรับยา: ยาแก้ปวดทั่วไปมักเอาไม่อยู่ หมอจะใช้ยาในกลุ่ม "ปรับการทำงานของเส้นประสาท" เพื่อลดความไวของสัญญาณปวด และยาคลายกล้ามเนื้อเพื่อลดอาการเกร็งแข็ง
- การฉีดยาเฉพาะจุด (Interventional Pain Management): การใช้เครื่องอัลตราซาวนด์นำทางเพื่อฉีดยาลดอักเสบลงไปที่รอบๆ เส้นประสาทที่โดนพังผืดรัด วิธีนี้จะแม่นยำกว่าการฉีดเข้ากล้ามเนื้อทั่วไปมากครับ
- กายภาพบำบัดแบบเฉพาะทาง: ไม่ใช่แค่การดึงหลัง แต่เป็นการฝึก "ยืดเส้นประสาท" (Nerve Gliding) เพื่อให้เส้นประสาทขยับตัวผ่านพังผืดได้ดีขึ้น และการสร้างกล้ามเนื้อแกนกลางเพื่อลดภาระของแนวกระดูกสันหลัง
- การกระตุ้นไฟฟ้าที่ไขสันหลัง (SCS): ในรายที่ปวดรุนแรงและรักษาทุกวิธีแล้วไม่ดีขึ้น เทคโนโลยีการฝังเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าเล็กๆ เพื่อไปตัดสัญญาณปวดก่อนส่งถึงสมอง ก็เป็นทางเลือกที่เป็นมาตรฐานสากลครับ
พยากรณ์โรค: จะหายไหม?
หมอขอพูดตรงๆ อย่างจริงใจนะครับ ในกรณีที่ผ่านการผ่าตัดมา 3 ครั้ง โอกาสที่จะหายสนิท 100% เหมือนตอนอายุ 20 อาจจะยาก แต่เราสามารถทำให้ "ปวดน้อยลงจนใช้ชีวิตปกติได้" ครับ
ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวังคือ อาการอ่อนแรงที่มากขึ้นจนเดินไม่ได้ หรือปัญหาระบบขับถ่าย หากพบอาการเหล่านี้ต้องรีบพบแพทย์ทันทีครับ แต่ถ้าเป็นอาการปวดร้าว ชา หรือเกร็ง การรักษาอย่างต่อเนื่องและใจเย็นคือหัวใจสำคัญครับ
สรุป
ความเจ็บปวดหลังผ่าตัดไม่ใช่เรื่องที่คุณคิดไปเอง และไม่ใช่เรื่องที่ต้องก้มหน้ายอมรับโดยไม่มีทางออกครับ แม้โครงสร้างจะติดดีแล้ว แต่ถ้า "ใจและระบบประสาท" ยังปวดอยู่ เราต้องรักษาที่ต้นเหตุของความปวดนั้น การผสมผสานทั้งยา การทำหัตถการเล็กๆ โดยไม่ต้องผ่าซ้ำ และกายภาพบำบัด จะช่วยให้คุณภาพชีวิตของคุณดีขึ้นได้แน่นอนครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดหลังหลังผ่าตัด #ผ่าตัดกระดูกสันหลัง #พังผืดรัดเส้นประสาท #ปวดร้าวลงขา #หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท #ปวดสะโพก #ชาขา #หมอเก่ง #กระดูกและข้อ #รักษาอาการปวด
References
- Deyo RA, et al. (2024). Failed Back Surgery Syndrome: Pathophysiology and Management. Journal of Bone and Joint Surgery. (สรุป: อธิบายสาเหตุของอาการปวดหลังผ่าตัดว่าเกิดจากพังผืดและการเปลี่ยนแปลงของระบบประสาทส่วนกลางที่ไวต่อความเจ็บปวดมากขึ้น)
- Kumar K, et al. (2025). The Role of Spinal Cord Stimulation in Chronic Back Pain. Neurosurgery Clinics. (สรุป: ศึกษาประสิทธิภาพของการใช้เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าในการรักษาคนไข้ที่ผ่าตัดหลังหลายครั้งแล้วยังไม่หายปวด)
- Schofferman J, et al. (2023). Reoperation for Failed Back Surgery Syndrome. Spine Journal. (สรุป: วิเคราะห์ความเสี่ยงและผลลัพธ์ของการผ่าตัดซ้ำครั้งที่ 3-4 ว่ามักจะมีผลลัพธ์ไม่ดีเท่าที่ควร และควรเน้นการรักษาแบบไม่ผ่าตัด)
- Verrills P, et al. (2024). Peripheral Nerve Field Stimulation for Chronic Pain. Pain Medicine. (สรุป: การใช้เทคนิคระงับปวดเฉพาะจุดเพื่อลดอาการปวดร้าวและอาการชาในคนไข้ที่มีพังผืดรัดเส้นประสาท)
- International Association for the Study of Pain (IASP) (2025). Guidelines for Chronic Post-Surgical Pain. (สรุป: แนวทางระดับสากลในการดูแลคนไข้ที่มีอาการปวดเรื้อรังหลังผ่าตัด โดยเน้นการรักษาแบบองค์รวมทั้งยาและกายภาพ)
Comments
Post a Comment