ผ่าตัดกระดูกสันหลังมา 5 เดือน ทำไมยังก้มไม่ได้และยังต้องพึ่งยา?

 



ผ่าตัดกระดูกสันหลังมา 5 เดือน ทำไมยังก้มไม่ได้และยังต้องพึ่งยา?

“คุณหมอครับ ผมผ่าตัดหลังมาได้ 5 เดือนแล้ว แผลข้างนอกแห้งสนิทดี แต่ทำไมข้างในยังรู้สึกขัดๆ จะก้มใส่ถุงเท้าทีไรมันตึงไปหมด แถมยังต้องกินยาแก้ปวดประคองไว้ตลอด แบบนี้มันปกติไหมครับ แล้วเมื่อไหร่ผมจะกลับมาใช้ชีวิตได้เหมือนเดิม?”

นี่คือเสียงสะท้อนจากคนไข้หลายท่านที่กังวลใจในช่วงพักฟื้น ซึ่งผมเข้าใจความรู้สึกนี้ดีครับ การผ่าตัดเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการรักษา แต่หัวใจสำคัญที่จะทำให้เรากลับมาเดินเหินได้สะดวกจริงๆ คือ “การดูแลตัวเองในช่วงพักฟื้น” วันนี้ผมจะมาเล่าให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายเราหลังผ่าตัดครับ


เรื่องเล่าจากคนไข้: กรณีศึกษาของคุณวิชัย

คุณวิชัย อายุ 52 ปี เข้ารับการผ่าตัดกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทมาได้ประมาณ 5 เดือน อาการปวดร้าวลงขาที่เคยเป็นก่อนผ่าตัดหายไปแล้ว แต่ปัญหาใหม่คือ “ความแข็งตึง” คุณวิชัยไม่สามารถก้มลงหยิบของที่พื้นได้ และความรู้สึกปวดเสียวที่หลังยังคงมีอยู่ประปราย จนทำให้ต้องทานยาแก้ปวดวันละ 2 ครั้ง เพราะกลัวว่าถ้าไม่กินจะเดินไม่ได้

คุณวิชัยกังวลว่าการผ่าตัดไม่สำเร็จ หรือมีอะไรผิดปกติข้างในหรือไม่? ความจริงแล้ว กรณีของคุณวิชัยพบได้บ่อยมาก และมักเกิดจาก "พังผืด" และ "กล้ามเนื้อที่ยังไม่แข็งแรงพอ" ครับ


ทำไมหลังผ่าตัดถึงยังก้มไม่ได้? (เปรียบเทียบให้เห็นภาพ)

ลองนึกภาพว่ากระดูกสันหลังของเราเหมือนกับ "เสากระโดงเรือ" ที่มีสายเคเบิล (กล้ามเนื้อและเอ็น) ขึงไว้รอบๆ เมื่อเราเข้ารับการผ่าตัด หมอต้องมีการเปิดทางเข้าไปจัดการกับกระดูกหรือหมอนรองกระดูกที่กดทับเส้นประสาท

กระบวนการหายของแผลภายในจะสร้างสิ่งที่เรียกว่า "พังผืดหลังผ่าตัด" (Post-operative Fibrosis) ขึ้นมาเปรียบเสมือนกาวที่เหนียวและแข็ง ถ้าเราไม่ขยับหรือบริหารจัดการให้ดี พังผืดนี้จะรั้งกระดูกและกล้ามเนื้อไว้ ทำให้เราก้มหรือบิดตัวได้ลำบาก การที่คุณก้มไม่ได้ในเดือนที่ 5 จึงมักไม่ใช่เพราะกระดูกมีปัญหา แต่เป็นเพราะเนื้อเยื่อรอบๆ มัน "ตึงเปรี๊ยะ" นั่นเองครับ


ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับภาวะหลังผ่าตัดกระดูกสันหลัง

การผ่าตัดกระดูกสันหลัง (Spine Surgery) ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมข้อกระดูกหรือการตัดหมอนรองกระดูกออก ร่างกายต้องใช้เวลาในการซ่อมแซม

  • สาเหตุที่ยังปวด: อาจเกิดจากการอักเสบเรื้อรังของกล้ามเนื้อหลังที่ถูกใช้งานหนักเกินไปเพื่อชดเชยส่วนที่อ่อนแอ หรือเส้นประสาทที่เคยถูกกดทับมานานยังอยู่ในสภาวะ "ฟื้นตัว"

  • การเกิดโรคพังผืด: เป็นกลไกธรรมชาติ แต่ถ้าพังผืดไปเกาะติดกับรากเส้นประสาท อาจทำให้มีอาการเสียวหรือตึงรั้งเวลาขยับตัว

  • อาการ: ก้มได้ลำบาก, ปวดตื้อๆ บริเวณแผลเดิม, มีอาการชาหรือเสียวแปลบเวลาเปลี่ยนท่าทาง


ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้หายช้า

  1. ขาดการทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง: การนิ่งนานเกินไปเพราะกลัวเจ็บทำให้พังผืดยึดเกาะมากขึ้น

  2. กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวอ่อนแรง: ทำให้กระดูกสันหลังต้องรับภาระหนักเกินไป

  3. พฤติกรรมการใช้ชีวิต: เช่น การนั่งนานๆ หรือการก้มตัวผิดจังหวะในช่วงที่เนื้อเยื่อยังไม่แข็งแรง

  4. ภาวะโภชนาการ: ร่างกายขาดโปรตีนและวิตามินที่จำเป็นในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ

  5. การสูบบุหรี่: สารนิโคตินทำให้เลือดไปเลี้ยงบริเวณที่ผ่าตัดได้น้อยลง แผลภายในจึงหายช้ากว่าปกติ


การตรวจวินิจฉัยเมื่ออาการไม่ดีขึ้น

หากผ่านไป 5 เดือนแล้วอาการยังทรงตัวหรือแย่ลง แพทย์อาจพิจารณาดังนี้:

  • การตรวจร่างกาย: ทดสอบความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และความยืดหยุ่นของหลัง

  • เอกซเรย์ (X-ray): เพื่อดูตำแหน่งของโลหะ (ถ้ามี) และดูแนวการเรียงตัวของกระดูก

  • MRI: ในกรณีที่สงสัยว่ามีพังผืดกดทับเส้นประสาท หรือมีหมอนรองกระดูกปลิ้นซ้ำที่จุดเดิม

  • การตรวจกระแสไฟฟ้าเส้นประสาท (EMG): เพื่อดูว่าเส้นประสาทส่งสัญญาณได้ปกติหรือไม่


แนวทางการรักษาและปฏิบัติตัว

1. ปรับพฤติกรรม: หลีกเลี่ยงการยกของหนักและการนั่งบนพื้นนานๆ เน้นการใช้ชีวิตแบบ "หลังตรง" แต่ต้องเริ่มยืดเหยียดเบาๆ ตามคำแนะนำของแพทย์

2. กายภาพบำบัด: นี่คือหัวใจสำคัญ! ต้องเน้นการยืดกล้ามเนื้อขาด้านหลัง (Hamstrings) และการเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหน้าท้อง เพื่อช่วยพยุงหลัง

3. การใช้ยา: หากยังต้องทานยาแก้ปวดตลอด ควรปรึกษาแพทย์เพื่อปรับเป็นยาในกลุ่มที่ลดการอักเสบของเส้นประสาทแทนการใช้ยาแก้ปวดรุนแรงต่อเนื่อง เพื่อป้องกันผลข้างเคียงต่อไตและกระเพาะอาหาร

4. การฉีดยาระงับปวด: ในบางกรณี แพทย์อาจใช้เครื่อง Ultrasound หรือเครื่องเอกซเรย์เคลื่อนที่ เพื่อฉีดยาลดการอักเสบหรือสลายพังผืดที่ไปเกาะเส้นประสาทโดยตรง

5. การผ่าตัดซ้ำ: มักเป็นทางเลือกสุดท้ายจริงๆ หากพบว่ามีความผิดปกติทางโครงสร้างที่รุนแรง แต่ส่วนใหญ่กว่า 80-90% สามารถดีขึ้นได้ด้วยวิธีไม่ต้องผ่าตัดครับ


พยากรณ์โรค: นานแค่ไหนถึงจะหาย?

โดยทั่วไป เนื้อเยื่อและเส้นประสาทจะใช้เวลาฟื้นตัวเต็มที่ประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี ครับ ช่วงเดือนที่ 5 จึงเป็นช่วงรอยต่อที่สำคัญ หากเร่งทำกายภาพอย่างถูกวิธี อาการตึงจะค่อยๆ ทุเลาลง อาการปวดจะลดลงจนไม่ต้องพึ่งยาในที่สุด ทั้งนี้โอกาสกลับมาเป็นซ้ำมีได้หากไม่ดูแลกล้ามเนื้อหลังให้แข็งแรง


ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง

หากปล่อยให้หลังแข็งตึงถาวร อาจส่งผลให้:

  • สูญเสียบุคลิกภาพ เดินตัวงอ

  • เส้นประสาทถูกรั้งจนเกิดอาการแขนหรือขาอ่อนแรง

  • ปวดเรื้อรังจนส่งผลต่อสุขภาพจิต


5 วิธีป้องกันและดูแลให้หลังกลับมายืดหยุ่น

  1. ยืดกล้ามเนื้อขา: การที่ขาหายตึงจะช่วยให้หลังก้มได้ง่ายขึ้น

  2. บริหารหน้าท้อง: แขม่วท้องบ่อยๆ เพื่อสร้าง "เข็มขัดธรรมชาติ" ป้องกันกระดูกสันหลัง

  3. ควบคุมน้ำหนัก: น้ำหนักที่เกินคือภาระหนักที่สุดของแผลผ่าตัดหลัง

  4. เดินออกกำลังกาย: การเดินพื้นราบสม่ำเสมอช่วยให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงแผลได้ดี

  5. ปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง: หากมีอาการผิดปกติ เช่น ขาอ่อนแรงหรือคุมการขับถ่ายไม่ได้ ต้องรีบพบแพทย์ทันที


Q&A Section

Q: ผ่ามา 5 เดือนแล้วยังก้มไม่ได้ อันตรายไหม? A: ส่วนใหญ่เกิดจากพังผืดและความตึงของกล้ามเนื้อ ยังไม่อันตรายร้ายแรง แต่ควรเริ่มทำกายภาพบำบัดอย่างถูกวิธีเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นครับ

Q: กินยาแก้ปวดต่อเนื่องนานๆ มีผลเสียอย่างไร? A: อาจกัดกระเพาะอาหาร และที่สำคัญคือมีผลต่อการทำงานของไต ควรใช้ยาภายใต้การดูแลของแพทย์ครับ

Q: ต้องรอถึงเมื่อไหร่ถึงจะก้มได้ปกติ? A: หากทำกายภาพสม่ำเสมอ โดยปกติจะเริ่มดีขึ้นชัดเจนในช่วงเดือนที่ 6-12 ครับ


สรุป Key Takeaways

  1. อาการตึงหลังผ่าตัด 5 เดือน มักเกิดจากพังผืดและการขาดการยืดเหยียดที่เพียงพอ

  2. การทานยาแก้ปวดเป็นการแก้ที่ปลายเหตุ ต้องแก้ที่ต้นเหตุคือการเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ

  3. การรักษาโดยไม่ผ่าตัด เช่น กายภาพบำบัดและการออกกำลังกายแกนกลางลำตัว คือกุญแจสำคัญในการหายขาด

  4. ระยะเวลาฟื้นตัวของเส้นประสาทและเนื้อเยื่อใช้เวลาประมาณ 1 ปี อย่าเพิ่งท้อใจ

  5. หากมีอาการขาอ่อนแรงหรือชามากขึ้นอย่างรวดเร็ว ต้องกลับไปพบแพทย์ทันที

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดหลัง #ผ่าตัดกระดูกสันหลัง #พังผืดหลังผ่าตัด #กายภาพบำบัด #กระดูกทับเส้น #ปวดหลังเรื้อรัง #หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท #ชาร้าวลงขา #การดูแลหลังผ่าตัด #หมอเก่งกระดูกและข้อ #SpineSurgeryRecovery #PostOpCare #BackPain #Orthopedics #HealthCare

References 

  1. Fritsch EW, Magnaes B. Long-term results after primary microsurgery for lumbar disc herniation. Spine (Phila Pa 1976). 1996 Mar 1;21(5):602-609.

  2. Simon J, McAuliffe M, Shamim F, Vuong N, Tahasildar A. Discogenic low back pain. Pain Physician. 2014;17(4):E435-456.

  3. Mannion AF, Denzler R, Dvorak J, Grob D. Five-year outcome of surgical decompression of the lumbar spine without fusion. Eur Spine J. 2010 Nov;19(11):1883-1891.

  4. Oosterhuis T, Costa LO, Maher CG, de Vet HCW, van Tulder MW, Ostelo RW.Rehabilitation after lumbar disc surgery. Cochrane Database Syst Rev. 2014 Mar 14;2014(3):CD003007.

  5. Parker SL, Xu R, McGirt MJ, Witham TF, Long DM, Bydon A. Long-term back pain after a single-level discectomy for a herniated lumbar disc. J Neurosurg Spine. 2010 Feb;12(2):178-182.


Comments

Popular posts from this blog

ปวดหลังแม้เคยผ่าตัดใส่เหล็กแล้ว ทำไมยังปวดเอวและร้าวลงขา? กรณีศึกษาชายอายุ 60 ปี

ผ่าตัดหมอนรองกระดูกออกไปแล้ว "ของเดิมจะงอกใหม่ไหม?" และ "หลังจะกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมหรือเปล่า?" คำตอบจากห้องผ่าตัดที่คนวัย 50+ ต้องรู้

ผ่าตัดหลัง 3 รอบ ใส่เหล็ก 6 ตัว... ทำไมยังเจ็บเหมือนเดิม? (เมื่อ "กระดูกติดดี" แต่ "ชีวิตไม่ดีขึ้น")